ประมวลปรากฎการณ์ เฝ้ารับเสด็จ “ในหลวง” สะท้อนให้เห็นว่า สถาบันทรงอยู่เคียงข้างพสกนิกรอย่างแท้จริง

1420

จากปรากฎการณ์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ประชาชนไปรอเฝ้ารับเสด็จให้ในหลวงเห็น รวมทั้งร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ตามต่างจังหวัดต่างๆ ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า คนไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นับเป็นหนึ่งเดียวกัน และสิ่งที่เราคนไทยคิดว่า จะไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ระหว่างการเฝ้ารับเสด็จ อันนำมาสู่ความปลื้มปิติของคนไทยทั้งชาติและคนทั้งโลกได้เห็นได้ยิน เช่น เสียงตะโกนเปล่งเสียงพร้อมกันว่า ในหลวงสู้ๆ นับว่าสะท้อนให้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างในจิตใจคนไทย หลังจากที่มีม็อบที่เรียกว่า ม็อบคณะราษฎร ปฏิบัติการจาบจ้วงสถาบันอย่างต่อเนื่อง หรืออย่างมุมมองของหลายคนที่มองว่า ผู้คนออกมารับเสด็จเป็นอย่างมากมายเนืองแน่นเช่นนี้ ก็เพราะทนไม่ได้กับการจาบจ้วงสถาบันของม็อบคณะราษฎร

ซึ่งปรากฎการณ์หรือเรื่องราวประทับใจที่เกิดขึ้นในการเฝ้ารับเสด็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่การเฝ้ารับเสด็จในครั้งนี้มีการอนุญาตให้ใช้มือถือถ่ายภาพได้ ซึ่งพสกนิกรที่เฝ้ารับเสด็จได้มีการบันทึกภาพและเหตุการณ์ขณะในหลวงทรงทักทายพสกนิกร เรียกได้ว่าเป็นภาพสุดประทับใจของคนไทยที่ได้เห็นพระราชจริยวัตรอันงดงามของในหลวงที่ทรงมีกับพสกนิกรของพระองค์

โดยเริ่มจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ พระลานพระราชวังดุสิต เนื่องในอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  ทั้งสองพระองค์ทรงแย้มพระสรวลทักทายอย่างใกล้ชิด สร้างความปลื้มปิติให้แก่พสกนิกร หนึ่งในนั้นก็คือ ชายคนหนึ่งที่ยืนชูพระบรมฉายาลักษณ์ แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกปิ่นเกล้า พระองค์ทรงเข้าไปทักทาย พร้อมตรัสชมว่า “กล้ามาก ขอบใจมาก” พร้อมตบไหล่ให้กำลังใจ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า พสกนิกรชาวไทย ทรงอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน อดีตพระพุทธะอิสระ ก็ได้ร่วมรับเสด็จฯ แสดงพลังความจงรักภักดี กองทัพประชาชนปกป้องสถาบันฯ ณ หน้าประตูวิเศษไชยศรี ถ.หน้าพระลาน เขตพระนคร กทม. ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับอดีตพระพุทธะอิสระทรงใช้พระหัตถ์จับไหล่อย่างมีพระเมตตาเป็นกันเอง และตรัสว่า “ขอบคุณมาก”

สร้างความปลื้มปิติให้แก่พสกนิกร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ทรงมีพระปฏิสันถารกับพสกนิกรชาวไทยอย่างเป็นกันเองกว่าชั่วโมง ทั้งนี้พสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จต่างพากันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” พร้อมกับพูดว่า “ในหลวงสู้ๆ” เหตุการณ์แสดงถึงความมีพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ต.ค.63 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีข้าราชการ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า เฝ้าฯรับเสด็จ ในหลวงทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิดและทรงเป็นกันเอง  ซึ่งราษฎรต่างเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” พร้อมกับโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย และธงพระนามาภิไธยตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน ขณะที่พสกนิกรบางคนได้ส่งเสียง “ในหลวง สู้สู้” ด้วย และในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จ ทรงได้ตรัสกับพสกนิกรที่มาให้กำลังใจ ทรงตรัสว่า “เราต้องไปด้วยกัน ด้วยความรักและสนิทสนมด้วยกัน เพื่อประเทศชาติ”  ซึ่งเป็นวินาทีที่ประทับใจพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก และยังสะท้อนให้เห็นว่า สถาบันทรงอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี เสด็จมาทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูหนาว ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีพสกนิกรเฝ้ารอรับเสด็จเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทักทายพสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จ หนึ่งในนั้นคือคุณยาย วัย 90 ปี ที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ คุณยายได้กราบถวายบังคมพระองค์ท่าน และในหลวงทรงคม (รับไหว้) ตอบ นับเป็นภาพแห่งประวัติศาตร์อีกภาพที่งดงาม แสดงให้เห็นถึงพระจริยวัตรของพระองค์ได้เป็นอย่างดี ที่ทรงรับไหว้สามัญชน ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจคนไทยอย่างไม่มีวันลืม

นอกจากนี้ ระหว่างที่ในหลวงและพระราชินี ทรงทักทายพสกนิกร ก็ได้มีเด็กนักเรียน ม.4 กราบบังคมทูลว่า ขอเซลฟี่กับในหลวง และในหลวงทรงมีพระราชปฏิสันถาร ทรงพูดคุยกับเด็กคนดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความไม่ถือพระองค์ พระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ ต่อมาในวันเดียวกันยังมีภาพบุคคลหนึ่งกำลังยื่นถวายฎีกาต่อในหลวง ซึ่งเขียนในกระดาษแผ่นเล็กๆ เมื่อได้หลวงทรงรับแล้ว ท่านทอดพระเนตร และทรงแย้มพระสรวลนิดๆพร้อมกับทรงยืนให้ข้าราชบริพารและรับสั่งกำชับว่า “ นี่ เก็บไว้ให้ดี อย่าให้หายนะ ถึงบ้านจะไปอ่าน เก็บให้ดี “ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่พระราชหฤทัยที่ในหลวงทรงมีต่อพสกนิกร

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับเสด็จ แสดงให้เห็นถึงพระราชจริยวัตรของพระองค์ และสะท้อนให้เห็นว่า สถาบันอยู่คู่กับคนไทย และประเทศไทยต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ