ม็อบกร้าวปิดล้อมสภาหากรบ.ไม่ทำตาม3ข้อ! อานนท์พวกพ้นคุกลั่นใกล้ถึงเส้นชัย

3687

จากวันที่ 2 พ.ย.63 จะมีการยื่นผัดฟ้องผู้ต้องหา 4 คน คือ นาย อานนท์ นำภา , นายเอกชัย หงส์กังวาน , นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ในคดีการจับกุมต่างๆ โดยทนายความคัดค้านในประเด็นเรื่องการทำสำนวนการสอบสวน และเหตุผลความจำเป็นในการควบคุมตัว

ขณะที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า“ด่วน! ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขัง สมยศ-เอกชัย-สุรนาถ-อานนท์ หลังทั้ง 4 ถูกคุมขังเกือบ 20 วัน ทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เย็นนี้”

ต่อมา นายอานนท์  นายสมยศ  ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันชุมนุมที่สนามหลวง และปักหมุดคณะราษฎร 2563 และนายเอกชัย  และนายสุรนาถ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันประทุษร้ายพระราชินี ที่ศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันประทุษร้ายพระราชินี กรณีที่ร่วมกันปิดล้อมขบวนเสด็จพระราชดำเนิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพเมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังจากศาลอาญา ยกคำร้องขอฝากขัง เนื่องจากครบกำหนดฝากขังที่สิ้นสุดในวันนี้ เรือนจำจะต้องทำตามข้อกำหนดของศาล ซึ่งศาลไม่ได้ออกหมายปล่อย  จึงต้องปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดเวลา

หลังจากศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ระหว่างการสอบสวน ศาลให้เหตุผลว่า การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัว และให้ยกคำร้องฝากขัง และปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ได้มีมวลชนมารวมตัวกันที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อให้กำลังใจกับทั้ง 4 คน โดยนายอานนท์ เปิดเผยว่า กระบวนการต่อสู้มาไกลจนจะถึงเส้นชัยแล้ว ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า แม้จะไม่มีแกนนำ ก็ยังมีประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อ พร้อมกับยืนยันว่าจะไปร่วมชุมนุม หากมีการนัดชุมนุมกันอีก โดยยึดหลักข้อเรียกร้อง 3 ข้อเหมือนเดิม โดยจะต่อสู้อย่างสันติวิธีต่อไป

“เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสังคมได้พิพากษาแล้วว่า กลุ่มมวลชนได้เดินทางมาอย่างถูกต้อง แม้ว่าที่ผ่านมาจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำและได้ทราบข่าวภายนอกน้อยมาก แต่ยังได้เห็นภาพของการต่อสู้ที่มาไกลเหนือความคาดหมาย และทุกคนเป็นแกนนำของการเคลื่อนไหวตลอดมาที่มีอุดมการณ์เรียกร้อง 3 ข้อ ที่ถือว่าเป็นขั้นต่ำที่สุดในกระบวนการยุติธรรม

ทุกคนได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมแล้ว และต้องการที่จะต่อสู้ถึงความเหลื่อมล้ำในทุกๆ ด้าน และยังต้องต่อสู้ไปอีกเยอะ พร้อมยืนยันว่าเป็นการต่อสู้อย่างสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนหากรัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ในการรับฟังปัญหาอย่างจริงใจ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ต้องสร้างบรรยากาศในการแก้ปัญหาให้ดีขึ้นก่อน ไม่ใช่ออกหมายจับ และหมายเรียกผู้ชุมนุมอยู่อย่างต่อเนื่อง และหากมีการชุมนุมที่ไหนอีก ก็พร้อมเข้าไปร่วมชุมนุมอย่างแน่นอน” นายอานนท์ กล่าว

ด้านนายสมยศ เปิดเผยว่า การที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ทำให้รู้ว่าตนตกเป็นเหยื่อของการแก้แค้น มากกว่าการแก้ไข แต่ก็ยังมีขวัญกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อ การปล่อยตัวไม่มีตำรวจการนำหมายจับในคดีอื่นมาขออายัดตัวไปดำเนินคดีต่อแต่อย่างใด

ด้านนายเอกชัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นการสร้างสถานการณ์ให้มีความวุ่นวายเกิดขึ้น และตัวเองก็ไม่ทราบว่าจะมีขบวนเสด็จฯ ผ่านมาที่บริเวณที่ชุมนุมอยู่ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด แต่มีการขอศาลออกหมายจับในข้อหาที่ร้ายแรง เพื่อที่จะนำสถานการณ์นี้ไปออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ภายหลังที่ทั้ง 4 คนได้รับการปล่อยตัว ก็ได้ออกมาปราศรัยกับมวลชนที่มารอให้กำลังในอยู่ด้านหน้าเรือนจำ โดยกล่าวขอบคุณมวลชนที่มารอต้อนรับ พร้อมระบุว่าจะทำการปิดล้อมสภา หากทางรัฐบาลยังไม่มีการทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ และจะเดินทางไปเยี่ยมนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และนายภาณุพงศ์ จานนอก หรือ ไมค์ ที่โรงพยาบาลพระราม 9 หลังจากเข้ารักษาอาการบาดเจ็บในวันที่ถูกอายัดตัวมาที่ สน.ประชาชื่น