ธนาคารโลก-บ.ฟิตเรตติ้งยกอันดับไทย!?! ทำธุรกิจและน่าเชื่อถือเพิ่ม BBB+ ชี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยแกร่ง

1012

บทพิสูจน์เศรษฐกิจไทยแกร่ง-ธนาคารโลกให้ไทยเป็นประเทศน่าทำธุรกิจระดับโลกปี 2020 อันดับ 21 จาก 190 ประเทศ ดีที่สุดในรอบ 6 ปี บจ.ฟิตเรทติ้ง ให้อันดับน่าเชื่อถือไทย BBB+ สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยปรับตัวได้ดีพร้อมทะยานรับสถานการณ์ใหม่ๆหลังโควิด-19 คลี่คลาย หรือแม้เราจะต้องอยู่กับโควิดไปอีกหลายปีก็ตาม ทั้งนี้หากทบทวนสถิติคำชื่นชมจากนานาชาติ อันดับหนึ่งน่าทำธุรกิจที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน อันดับหนึ่งสู้โควิด-19 เป็นต้น ล้วนเป็นผลงานของรัฐบาลไทยและประชาชนไทยที่ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลเป็นความสำเร็จที่โลกต่างชื่นชม

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยจากการที่องค์กรโลก ให้เครดิตประเทศไทยเพิ่มในด้านการดำเนินธุรกิจ

ธนาคารโลกจัดอันดับ Doing Business 2020 ของไทย อยู่ที่อันดับ 21 จาก 190 ประเทศ เป็นการปรับตัวดีขึ้นถึง 6 อันดับ และเป็นอันดับที่ดีที่สุดของไทยในรอบ 6 ปี  สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังมีการปรับตัวเพื่อรองรับสู่ฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งใน 10+2 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเป็นผลมาจากความพยายามของภาครัฐ หลายหน่วยงานในการลดขั้นตอนการขออนุมัติ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ และการปรับปรุงระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

บริษัท Fitch Ratings (Fitch) ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และให้มุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) จาก 3 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่  1) ภาคการคลังและภาคการเงินต่างประเทศไทยที่อยู่ในระดับสูง สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของเศรษฐกิจ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19   2 ) ภาคการคลังสาธารณะที่แข็งแกร่ง จากการรักษาวินัยทางการคลัง โดยยึดหลัก พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด และ 3) ภาคการเงินต่างประเทศที่เข้มแข็ง โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ตัวเลขเศรษฐกิจหดตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้น โดยกระทรวงการคลังรายงานเศรษฐกิจไทยปี 2563 หดตัวที่ร้อยละ -7 ซึ่งน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านั้นที่ร้อยละ -8.2 ถึง -7.2  ซึ่งผลส่วนหนึ่งมาจาก การที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  โครงการ “คนละครึ่ง” โครงการ “ช้อปดีมีคืน” โครงการ”เที่ยวปันสุข” รวมทั้งโครงการต่างๆ จากงบพรก. เงินกู้ฯ ที่จะทยอยดำเนินการ 

ทั้งนี้ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน และการกระจายรายได้ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีสัญญาณของการปรับตัวของเศรษฐกิจในทิศทางที่ดีขึ้น โดยรัฐบาลได้ดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้ 

แต่ทั้งนี้การชุมนุมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นสิ่งที่รัฐบาลมึความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะมีผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังเดินหน้าไปด้วยดีให้สะดุดลง และจะกระทบบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และกระทบความมั่นใจของนักลงทุนได้” โฆษกรัฐบาล กล่าว

ไทม์ไลน์ความสำเร็จของประเทศไทย-ประชาชนไทย

-ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน “น่าทำธุรกิจมากที่สุดในโลก (ส.ค.2563) US News จัดอันดับไทยเป็นประเทศน่าเริ่มต้นทำธุรกิจมากที่สุดในโลก 2 ปีซ้อนจากการสำรวจผู้บริหาร 6,000 คนทั่วโลก

ทั้งนี้ US News & World Report(www.usnews.com/news/best-countries/best-start-a-business) เป็นสำนักข่าวที่เผยแพร่ข่าว ความเห็น และการจัดอันดับต่างๆ ที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่อชาวอเมริกัน ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่เหมาะในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก ประจำปี 2563 หรือ Best Countries to Start a Business 2020 โดยระบุว่าไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยเมื่อปี 2019 US News ก็ได้จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่เหมาะในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลกเช่นกัน

ผลการสำรวจมาจากการสอบถามผู้บริหารในวงการธุรกิจจำนวน 6,000 คนทั่วโลก พิจารณาจากสิ่งแวดล้อมการทำธุรกิจ 5 ด้าน คือ 1. การบริหารจัดการมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง (Affordable) 2. ระบบราชการที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ (Bureaucratic) 3. ต้นทุนการผลิตต่ำ (Cheap Manufacturing Costs) 4. การติดต่อการค้ากับต่างประเทศ (Connected to the Rest of the World) และ 5. ความสามารถการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย (Easy Access to Capital)

“การจัดอันดับดังกล่าวข้างต้น สะท้อนถึงการพัฒนาการให้บริการภาครัฐในส่วนของการเริ่มต้นธุรกิจที่มีความสะดวก รวดเร็ว สอดรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ซึ่งกรมฯ เป็นเจ้าภาพหลักด้านการเริ่มต้นธุรกิจที่ธนาคารโลกใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ จากสมาชิก 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ หรือ Doing Business ในทุกๆ ปี”นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวไว้

ไทยยืนหนึ่ง เรื่องสู้โควิด-19

ระบบสุขภาพของไทย “เป็นระบบสุขภาพที่ติดอันดับ1เอเชียและดีเยี่ยมในระดับสากล” (มิ.ย.2563) โดย มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ (John Hopkins University) สหรัฐอเมริกา และองค์กร Nuclear Threat Initiative รายงานดัชนีความมั่นคงทางด้านสุขภาพ (2019 Global Health Security Index) พร้อมจัดอันดับประเทศต่างๆ ทั้งหมด 195 ประเทศทั่วโลก พบว่า “ประเทศไทย เป็นอันดับที่ 1 ของเอเชียและอันดับที่ 6 ของโลก” โดยมีคะแนนรวม 73.2 คะแนน (คะแนนเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ระดับ 40.2 คะแนน) ทั้งยังได้รับยกย่องว่าเป็น 1 ใน 13 ประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดมากที่สุด โดยการจัดอันดับพิจารณาจากตัวชี้วัด 6 ด้าน ซึ่งประเทศไทยได้รับคะแนนต่างๆ ดังนี้

  1. การป้องกันโรคได้ 75.7 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก
  2. ความสามารถในการตรวจจับโรคและรายงานที่รวดเร็ว ได้ 81.0 คะแนน อันดับที่ 15 ของโลก
  3. การตอบโต้และบรรเทาผลกระทบของโรคระบาดอย่างรวดเร็ว ได้ 78.6 คะแนน อันดับที่ 5 ของโลก
  4. มีระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและมั่นคง ได้ 70.5 คะแนน อันดับ 2 ของโลก
  5. มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของประเทศ มีแผน งบประมาณด้านป้องกันควบคุมโรค และดำเนินงานตามแนวปฏิบัติสากล ได้ 70.9 คะแนน อันดับ 12 ของโลก
  6. ความเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านชีวภาพ ได้ 56.4 คะแนน อันดับ 93 ของโลก

-ไทยครองแชมป์อันดับ 1 ของโลกฟื้นตัวจากโควิด-19(ก.ค.2563)

The Global Covid 19 Index(GCI) ให้คะแนนประเทศไทย 82.06 (28 ก.ค.2563) ใน 5 อันดับแรกได้แก่ 1. ประเทศไทย, 2. ประเทศเกาหลีใต้ 3. ลัตเวีย 4. มาเลเซีย 5. ไต้หวัน

ไทยครองแชมป์อันดับ 1 ปลอดภัยจากโควิด-19 สำหรับนักท่องเที่ยว (ส.ค.2563)

สำนักข่าวมาเลย์เมลของมาเลเซีย รายงาน Thailand named safest holiday destination amid Covid-19 pandemic ว่าเมืองไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ในช่วงการระบาดของโควิด-19  สาเหตุการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นข้อจำกัดในการเลือกจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวพักผ่อน ณ ต่างประเทศ ในช่วงฤดูร้อนของเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก

บริษัท Tourlane เป็นบริษัทท่องเที่ยวของเยอรมนี ได้วิเคราะห์ข้อมูลและเผยรายชื่อประเทศที่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว 5 อันดับ ได้แก่ 1.ไทย 2️.จอร์แดน 3️.เฟรนช์โปลินีเซีย 4.กรีซ 5️.อุรุกวัย  ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เพราะ -สามารถรักษากฎอนามัยระหว่างประเทศที่ 85% -ความหนาแน่นของประชากรอยู่ในระดับปานกลาง -จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในระดับต่ำ