นทท.จีนวีซ่าSTV!?! สองกลุ่มแรกเข้าไทย 186 คนปลอดเชื้อโควิด-19 กักตัว 14 วัน ททท.ติดใจชงครม.เพิ่ม 3 แพ็คเกจ

1207

ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของสองกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน 186 คนที่เดินทางเข้าไทยเป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) ไม่มีผู้ติดเชื้อ อยู่ระหว่างการกักตัว 14 วัน และจะมีการตรวจหาเชื้อซ้ำในระหว่างนี้ หากไม่พบติดเชื้อก็จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ ขณะที่ผู้ว่าททท.เตรียมเสนอแพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศแบบ STV อีก 3 รายการเสนอครม.สัปดาห์หน้า 

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ต้องเตรียมความพร้อมจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้พร้อมทั้ง 6 สนามบินของ ทอท. เพื่อรองรับกรณีที่รัฐบาลผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น 

เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน-กลัวโควิดแต่หวังเศรษฐกิจกระเตื้อง
มติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่เห็นชอบมาตรการแง้มเปิดประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) แบบ “จำกัดจำนวน” ตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยจะเป็นการเปิดประเทศแบบจำกัด ด้วยการจำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะมาพำนักอยู่ในประเทศไทยระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 90-270 วัน ในด้านหนึ่งอาจถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยวของไทยให้ดำเนินต่อไปได้  หลังจากที่ต้องหยุดชะงักมานานเพราะการระบาดของไวรัส โควิด-19

แต่อีกด้านหนึ่งสุ่มเสี่ยงเผชิญปัญหาผู้ติดเชื้อจากการระบาดรอบใหม่จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ  โดยเฉพาะที่ยุโรปกำลังเผชิญอยู่อย่างหนักหนาสาหัสเป็นศูนย์กลางการระบาดใหม่ ที่ทำให้ประเทศใหญ่ๆอย่าง อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน ฯลฯ เริ่มล้อคดาวน์ แม้จีนเองก็มีสัญญาณการติดเชื้อรอบใหม่ในหลายเมือง ถ้าประเทศไทยติดเชื้อรอบใหม่จะรับมือไหวไหมขึ้นอยู่กับหน่วยงานภาครัฐ จะเข้มมาตรการต่างๆดีมากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมาขนาดคุมเข้มยังเล็ดรอด

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ความพร้อมของมาตรการคัดกรอง แผนการติดตาม?
คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ 

1) ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย 
2) ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทยและตก ลงยินยอมกักตัวในห้องพักจ านวน 14 วัน (ALSQ) 
3) มีหลักฐานสถานที่พักอาศัยระยะยาวภายในประเทศไทย โดยบุคคลต่างด้าวตามเกณฑ์ข้างต้น และผ่านการด าเนินการตามการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโร นา 2019 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด มีสิทธิขอรับการตรวจลงตราประเภท นักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ 

โดยเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ครั้งละ 2,000 บาท และได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ราชอาณาจักรเป็นเวลา 90 วัน โดยภายหลังจากที่ครบกำหนดเวลาอนุญาต 90 วันแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคน เข้าเมืองมีอำนาจอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้อีก 2 ครั้ง ๆ ละ 90 วัน โดยคนต่างด้าวต้องยื่นคำขอตามแบบ และเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 

ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ-บริษัทร้านค้า-ผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว-ประชาชน จะต้องยืนหยัดปฏิบัติตนเหมือนครั้งโควิด-19 ระบาดใหม่ๆ การ์ดสูงไว้เหมือนเดิม (สวมหน้ากากอนามัย-ล้างมือ-กินร้อน-ช้อนส่วนตัว)

แผนกระตุ้นการเดินทางในประเทศ-ต่างประเทศเพิ่ม
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะหารือร่วมกับนายสุพัฒนพงษ์พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมภาคท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการเดินทางทั้งตลาดในและ ต่างประเทศ รวม 3 เรื่องหลัก

-เรื่องที่ 1 ททท.จะร่วมกับการบินไทย สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) จัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยว 3 แพ็คเกจ ครอบคลุมแบบวันเดย์ทริป เดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางโดยเครื่องบิน เพื่อนำเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่ม STV หลังครบกำหนดกักตัว 14 วันในไทยให้กระจายไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในต่างจังหวัด ซึ่ง ททท.จะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ส่วนจะสนับสนุนในสัดส่วนเท่าไรนั้น ยังต้องหารือกันเพิ่มเติม
-เรื่องที่ 2 การปลดล็อก เงื่อนไขโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ม.ค.2564 เพื่อกระตุ้นกระแสการเดินทางและยอดการใช้สิทธิ์จองห้องพักให้ถึงเป้าหมาย 5,000,000 คืน
-เรื่องที่ 3 ททท.จะร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมนิทรรศการ (ทีเส็บ) ออกแพ็คเกจใหม่สนับสนุนการจัดประชุมสัมมนาของภาครัฐ
ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ.ขอให้นำทั้ง 3 เรื่องเสนอในที่ประชุมวันที่ 2 พ.ย.2563 หากได้รับความเห็นชอบคาดเริ่มได้เร็วที่สุดวันที่ 15 พ.ย.2563