พล.ท นันทเดช ชำแหละ 10 ข้อเรียกร้อง ปฏิรูปสถาบัน ชี้ เป็นภัยของชาติ!?!

1758

พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย ชำแหละข้อเรียกร้อง 10 ข้อปฏิรูปสถาบัน ลั่น ภัยของชาติ

จากกรณีที่ได้มีการชุมนุมในพื้นที่ กทม. ของกลุ่มคณะราษฎร สืบเนื่องมาจากการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม จนมาถึงวันนี้ ก็ได้มีการนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมทั่วกรุงเทพ และต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ตุลา ก็ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่แยกปทุมวัน จากนั้นการมีเหล่าแกนนำถูกจับกุม ในข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งในการชุมนุมทุกครั้ง ม็อบราษฎรจะมีการพูดเรื่องการปฏิรูปสถาบัน และได้มีการพูดปราศรัยจาบจ้วงสถาบัน จึงทำให้กลุ่มคนรักสถาบันออกมาตอบโต้

ล่าสุดทางด้าน พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการปฏิรูปสถาบันของม็อบราษฎร โดยระบุข้อความว่า

เรื่องที่คนไทยต้องรู้ไว้
วันนี้ผมฟังคุณสันติสุข พูดถึงกรณีคณะราษฎร 2563 ยื่นเรื่อง ให้ปฎิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อแล้ว ดีใจที่สื่อไทย ยังมีคนรักชาติเห็นว่าอะไร คือภัยของชาติ ผมจึงขอเพิ่มเติ่มในส่วนที่ คุณสันติสุขไม่มีเวลาพูด ดังต่อไปนี้
(มี 10 ข้อ ผมขอพูดถึง 4 ข้อก่อน เดี๋ยวยาวมากไปครับ)
1 ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวหาฟ้องร้องพระมหากษัตริย์มิได้ แล้วเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถพิจารณาความผิดของพระมหากษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร
เรื่องนี้พูดไม่จบครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในหลวง ร.7 ได้เขียนไว้ว่าเป็นฉบับชั่วคราว หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนต่อมา ก็มีการร่าง”รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ห้ามฟ้องร้องต่อองค์พระมหากษัตริย์ เหมือนกับรัฐธรรมนูญของประเทศท่ีมีพระมหากษัตริย์ 27 ประเทศ และประเทศในเครือจักรภพอังกฤษอีก 43 ประเทศ รวมเป็น 70 ประเทศ โดยที่คณะราษฎรสนับสนุนเองด้วย แล้วพวก(มึ..)จะให้ประเทศไทยแก้ประเทศเดียวหรือไง
2 ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
กรณีนี้ต้องเข้าใจว่า ในหลวงเป็นประมุขของประเทศ ทุกประเทศต้องมีกฏหมายคุ้มครองประมุขอยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นระบบพระมหากษัตริย์ หรือระบบประธานาธิปดี บางประเทศใช้กฏหมายความมั่นคงแทน เช่น มาเลเซีย สหรัฐฯ และประเทศที่เป็นมุสลิมทุกประเทศ ฯลฯ (ดังนั้นลองไปด่าพระมหากษัตริย์ หรือประมุข รอบประเทศไทยดูบ้างซิ
รับรองจบแน่ๆ ไม่นับที่ทะลึ่งมาหาว่าคนไทยไปอุ้มฆ่าถึงนอกประเทศอีกด้วยอาจจะเป็นเพราะไปทำเรื่องแบบนี้ในประเทศที่รู้จักพระมหากษัตริย์ดีก็ได้)  นอกจากนี้ ทูตต่างประเทศที่เข้ามาประจำอยู่ในไทย ก็ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายในแบบ มาตรานี้เช่นกัน เพราะถือว่าเป็นตัวแทนประมุขของแต่ละประเทศ บ้ากันหรือเปล่า ที่ยื่นข้อเรียกร้องนี้ออกมาโดยไม่ได้อ่าน ไม่ได้คิดอะไรให้ดีเสียก่อน
3 ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน เงินของสำนักงานทรัพย์สินฯนั้น มีคณะกรรมการที่มี รมว.คลังร่วมอยู่ด้วย และเงินที่ได้จากการลงทุนในภาคเอกชน ก็เสียภาษีทุกแห่ง กำไรที่ได้ ก็ใช้ประโยชน์ในการทำนุบำรุงวัดวาอาราม สถานที่สำคัญ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สร้างรายได้หลักของประเทศ อีกส่วนใช้เป็นทุนในการสร้างโรงพยาบาล โรงเรียนนับพันแห่งทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุที่ไม่ให้เอกชนดำเนินงานแทน เพราะในสมัยคณะราษฎร(2475)
มีการโกงเอาที่ดินส่วนพระมหากษัตริย์ที่คณะราษฎรยึดมาแบ่งกันไว้ แล้วเอาไปซื้อขายกันเองในราคาต่ำมาก ไม่นับที่โกงกินกันเอง ฯลฯ จนมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลพระยาพหลฯต้องลาออก และคืนที่ดินท่ีซื้อขายมา ฯลฯ มีบันทึกไว้ชัดเจนในประวัติศาสตร์
4 ตัดลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้กับสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
ปัจจุบันก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว แม้จะดูมากแต่จริงๆแล้ว เงินเหล่านั้นล้วนแต่สนับสนุนโครงการต่างๆที่ช่วยเหลือประชาชน มาอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเทียบกับงบประมาณที่รัฐบาลจะต้องจ่ายเงินใช้หนี้ เงินที่ถูกโกงกินจากโครงการจำนำข้าว โครงการรถคันแรก รวมทั้งเงินที่รัฐบาลขณะนั้นไม่ได้นำมาจ่ายให้กับกองทุนประกันสังคม ฯลฯ แล้ว เงินที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ ต้องจ่ายทั้งดอกเบี้ยและเงินกู้ แทนรัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นจำนวนนับหมื่น นับแสนล้าน โดยไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรขึ้นมาแก่ประเทศชาติ และประชาชนเลย อะไรจะมากกว่ากัน
วันนี้ขอเพิ่มเติ่มคุณสันติสุขแค่4 เรื่องก่อน วันพรุ่งนี้จะต่อให้ครบ 10 เรื่องเลยครับ
พลโท นันทเดช / 29ตุลาคม63