ศาลยกคำร้องตร.ทุ่งสองห้องขอหมายจับธนาธรคดีถือหุ้นสื่อ เหตุเชื่อว่าไม่หนี

2363

จากที่เมื่อวันที่ 10 มี.ค.63 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าที่ประชุมกกต. มีมติให้สำนักงานกกต.ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตส.ส.และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ต่อมาวันที่ 28ต.ค.63 ทางสำนักข่าว THE TRUTH ได้ตรวจสอบคดีดังกล่าวว่าได้มีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้วปรากฏว่าจากการตรวจสอบไปที่กกต. ได้รับรายงานมาว่า ทางกกต.ได้ดำเนินไปตามขั้นตอนแล้ว นั่นคือได้เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวนายธนาธร ต่อสน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลา 7เดือนแล้ว ขณะที่ความคืบหน้าในคดีดังกล่าวยังไม่ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการอย่างไรต่อนายธนาธร ในส่วนของคดีอาญา ซึ่งยังไม่ปรากฏการออกมาให้ข่าวหรือแจ้งถึงการดำเนินคดีใดๆกับนายธนาธร จากเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง แม้เวลาจะล่วงเลยมา 7เดือนแล้วก็ตาม???

ล่าสุดในวันเดียวกัน (28 ต.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ต.ค.63 ที่ผ่านมาศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้องขอออกหมายจับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2 สำนวน โดยสำนวนเเรกเป็นของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ในคดีที่ กกต.เข้าเเจ้งความให้ดำเนินคดีอาญาจากที่ได้มีมติช่วงเดือนมี.ค.63 ต่อจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดี นายธนาธร เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อต่อ กกต. อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.

ทั้งนี้โดยนายธนาธร รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่ออันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 151

ส่วนอีกหนึ่งหมายจับเป็นของพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ที่ยื่นคำร้องขอออกหมาย นายธนาธร , นายปิยบุตร แสงกนกกุล เเละ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรณีร่วมชุมนุมเเละขึ้นกล่าวให้เเนวคิดในการชุมนุมต่อเนื่องที่อนุสาวรีย์ชัยของกลุ่มเยาวชนเมื่อเร็วๆนี้ โดยศาลยกคำร้องขอหมายจับทั้ง2คำร้องเนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นอดีต ส.ส. มีที่อยู่เป็นหลักเเหล่งไม่ปรากฎพฤติการณ์ว่าจะหลบหนี ให้ยกคำร้อง

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวทันทีว่า

ตำรวจต้องชี้แจงครับว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร ไม่มีเหตุจำเป็นต้องออกหมายจับ ตำรวจออกหมายจับเพราะเหตุใด? การขอออก “หมายจับ” เป็นหนึ่งในกลไกของ “นิติสงคราม” ทำราวกับว่า พวกเรา ประชาชน เป็นโจรผู้ร้าย ต้องคุมตัวเอาไว้ให้ได้ ในขณะที่โจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง กลับปล่อยให้หลุดรอดไปได้

นิติสงคราม” ยังคงเดินหน้าบดขยี้ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับพวก “คณาธิปไตยกินคน” อย่างต่อเนื่อง ผู้กำกับ “นิติสงคราม” หวังจะ “ตัดไฟแต่ต้นลม” แต่ “ไฟจะลามทุ่ง ลามทุ่ง ลามทุ่งไปทุกหัวระแหง” หรือว่า เอาเข้าจริง ผู้กำกับรู้ดี ไม่ต้องการตัดไฟ เพราะเขามั่นใจว่าจะจัดการไฟลามทุ่งได้ ? มีแต่ต้องต่อสู้เท่านั้น จึงจะหยุด “นิติสงคราม” ได้

ที่มา : เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล