บช.น. เตรียมแจ้งความ ม็อบหน้าสถานทูตเยอรมัน ผิดพ.ร.บ.ชุมนุมฯ

1755

จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมในนามคณะราษฎร ได้เคลื่อนขบวนมาถึงบริเวณหน้าสถานทูตเยอรมัน โดยหัวขบวนได้อยู่บริเวณสถานทูตเยอรมันขณะที่ท้ายขบวนอยู่บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม นั้น

ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎ ชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย ว่า กรณีดังกล่าวสถานีตำรวจนครบาลที่รับผิดชอบได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานบริเวณดังกล่าวคาดว่าเร็ววันนี้จะแจ้งความร้องทุกข์

ส่วนภาพรวมของการชุมนุมที่ผ่านมานั้น พบการกระทำความผิดตั้งแต่การรวมตัวกันที่บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ ทางพ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัยผกก.สน.ปทุมวัน ได้แจ้งให้ยุติการชุมนุมแต่ผู้ชุมนุมก็ยังฝ่าฝืน มีการชุมนุมต่อเคลื่อนขบวนตามถนนพระราม 4 จนถึงแยกวิทยุและเลี้ยวเข้าถนนสาธรใต้ ชุมนุมต่อหน้าสถานทูตเยอรมนี กรณีดังกล่าวมีการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวโดยตลอด

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เบื้องต้นมีความผิดพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะส่วนหนึ่ง ส่วนความผิดอื่น ๆ ในการขึ้นเวทีปราศรัยในแต่ละส่วน ถ้ามีการยุยงก่อให้เกิดความวุ่นวายก็เป็นความผิดอีกส่วนหนึ่งหรือหมิ่นประมาท ให้ร้ายหรือประทุษร้าย ก็จะเป็นความผิดเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเนื่องจากการกระทำผิดดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดต่อเนื่องกัน ตั้งแต่พื้นที่สน.ปทุมวันสน.ทุ่งมหาเมฆ และสน.ลุมพินี บางส่วน

ส่วนการดำเนินคดีในภาพรวมกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางบช.น. มีพล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผบช.น. ดูแลสำนวนคดีดังกล่าว และมีทีมสืบสวนสอบสวนลงไปช่วยสถานีตำรวจนครบาลที่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการยุติพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ยังมีการออกหมายจับอยู่อย่างต่อเนื่อง สถานีตำรวจนครบาลรับผิดชอบพร้อมก็จะมีการดำเนินการออกหมายเรียกก่อน เมื่อหมายเรียกครบกำหนด 2 ครั้ง ถึงจะดำเนินการออกหมายจับ ซึ่งการดำเนินการพฤติกรรมผู้ต้องหามีการหลบหนีชัดเจนก็ขออำนาจศาลดำเนินการออกหมายจับ ส่วนกรณีที่มีการออกหมายเรียกการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุนเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครพื้นที่การชุมนุมทั้งหมด 34 หมายนั้น เนื่องจากพ.ร.ก.ฉุนเฉินยังคงมีอยู่เพียงแต่ยกเลิกข้อกำหนดในกฎหมายเท่านั้น การดำเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าวยังคงมีอยู่