อดีตบิ๊กข่าวกรอง โดดขวางอีแอบ ชงตั้งกรรมาธิการปฏิรูปสถาบัน

1732

จากกรณีที่มีนักการเมืองนอกสภาหลายคนกลุ่มเดิม เสนอให้พวกตนในสภารับลูก เสนอตั้งกรรมาธิการปฏิรูปสถาบัน เพื่อหวังล้มล้างสถาบันชาติ

ล่าสุดในวันที่ 25 ต.ค.63 ทางด้านของ นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

#ไม่เอากรรมาธิการปฏิรูปสถาบัน

ใน​วันพรุ่งนี้จะมีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ​ เพื่อพิจารณาปัญหาการชุมนุมประท้วงของกลุ่มประชาชน​

การประชุมร่วมจะประสบความสำเร็จหรือไม่ในการช่วยหาทางออกให้ประเทศ ได้แต่ฝากความหวังไว้กับบรรดา​ สส.และสว.​ แต่การประชุมร่วมจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย​ หากสมาชิกรัฐสภาต่างใช้เวทีนี้ในการเอาชนะคะคานกัน​ และจมอยู่กับวลีว่า​ นายกต้องลาออก​ เพียงอย่างเดียว​ กลัวอย่างเดียว​ จะตีรวนกันในสภาจนการอภิปราย​ การหารือล่ม​ มีการวอร์คเอ้าท์ของสมาชิก

หากนายกยอมถอย​ ยอมลาออก​ ก็เชื่อว่า​ อีแอบคงไม่ยอมหยุด​ ต้องล้มล้างสถาบันให้ได้​ มาถึงขั้นนี้แล้ว​ เชื่อว่าม๊อบไม่ยอมหยุดแค่ลุงตู่ลาออก

อีแอบขู่ว่า​ ถ้าไม่ปฏิรูปก็ต้องปฏิวัติ​โค่นล้ม อีแอบบอกว่า​ ลุงตู่ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว​ นอกจากลาออกลูกเดียว​ แต่อีแอบทุกตัวดีแต่พูดยุยง​ พูดดีพูดเก่ง​ แต่ไม่กล้านำ​ เอาแค่ผลุบๆโผล่ๆกลางม๊อบ​ อีแอบกลัว

แพ้แล้วไม่มีที่อยู่​ กระทบธุรกิจของตระกูล​ หลอกเด็กออกแรงดีกว่า
มาถึงขั้นนี้แล้ว​ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

เกมการต่อสู้วันนี้​ เป็นการเดินเกมสองขา​ ขาหนึ่งต่อสู้ในสภากดดันลุงตู่ให้จนกลางกระดานหมดทางเดิน​ ประกาศลาออก​ อาจ​มีม๊อบมากดดันหน้าสภา​ ส่วนอีกขาหนึ่ง​ การชุมนุม​ม๊อบนอกสภาต้องเพิ่มแรงกดดัน​

เกมสองขาต้องประสานงานพุ่งเป้าโจมตีจุดแข็งของไทย​ คือ​ โจมตีสถาบันโดยตรง​ เร่งแรงปะทะ​ ยั่วยุให้ฝ่ายจงรักภักดีใช้ความรุนแรงก่อน​ เพื่อช่วงชิงความชอบธรรม​ ให้ต่างชาติหนุนช่วย​ อีแอบ​ คนวางแผนอาจเชื่อว่า​ เวลานี้สุกงอมมากที่สุดแล้ว​ ไม่ทำตอนนี้​ ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกครั้งเมื่อไร

ประการสำคัญ​ ถ้าจะต้องแตกหักกันห้ามใช้เวทีรัฐสภาในการอภิปรายพาดพิงถึงสถาบันโดยเด็ดขาด​ และห้ามตั้งก​ร​รมาธิการวิสามัญเพื่อปฏิรูปสถาบัน​ สถาบันเป็นเสาหลักของประเทศ​ ที่ต้องอยู่คู่กับไทยตลอดไป​ ห้ามนำเอาไปปู้ยี้ปู้ยำในเวทีน้ำลาย​ และเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยอย่างแน่​นอนที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ​ และใช้เอกสิทธิของรัฐสภาในการอภิปรายถึงองค์พระประมุขในทางลบ​ โดยพระองค์ไม่มีสิทธิชี้แจง