ด่วนวืดอีกราย!ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันสมยศอดีตนักโทษม.112 ชี้หากปล่อยก่อความเสียหายอีก

2337

จากที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาและอดีตนักโทษตามความผิดหมิ่นสถาบัน ถูกตำรวจ สน.ลาดพร้าว แสดงหมายจับ ในข้อหาตามมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น จากการชุมนุมบริเวณสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนายสมยศ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจช่วยเหลือนายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูกจับมา สน.ลาดพร้าว ก่อนจะถูกตำรวจโชว์หมายจับ และจับกุม

ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว ควบคุมนายสมยศ ตามหมายจับเดินทางมาพร้อมกับ น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นำตัวส่ง พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ให้ดำเนินคดีตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ จากการปราศรัยในการชุมนุมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงระหว่างวันที่ 19-20 กันยายนที่ผ่านมา

ขณะที่นายสมยศ ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว พร้อมกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ในวันชุมนุมดังกล่าวตนได้ปราศรัยบนรถเครื่องเสียง เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา ม.116 เพียงเรื่องเดียว และจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เพราะการปราศรัยนั้นเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญระบุ มองว่าการแจ้งข้อหาในครั้งนี้ไม่ชอบธรรม เป็นการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้ง และยิ่งจะเป็นการเพิ่มเชื้อไฟและทำให้ประชาชนโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการประกันตัวก็จะขอต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ล่าสุดวันนี้(24ต.ค.63) เฟซบุ๊ก สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้โพสต์ข้อความพร้อมเอกสารจากศาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวด้วยว่า

24/10/2020

ผลยื่นอุทธรณ์ค่ะ ไม่ได้ประกันตัวค่ะ ส่วนการยื่นขอประกันครั้งหน้าพี่ชายจะประสานกับทนายกันต่อไป

อัพเดตเรื่องสุขภาพ วันนี้พี่ชายเอายาสำหรับโรคประจำตัวนำฝากเข้าไปให้แล้วค่ะ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ คือเมื่อวันที่ 30 เม.ย.61 นายสมยศ ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสรภาพหลังถูกคุมขังมา 7 ปี จากความผิดในข้อหาตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 138 จากข้อหาหมิ่นประมาท พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร โดยนายสมยศ กล่าวตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้รับอิสรภาพ และเปิดเผยว่าอาจจะทำหนังสือต่อ ถ้ามีงานอย่างอื่นก็พร้อมที่จะทำงาน เพราะว่าตนอยู่ในเรือนจำมากว่า 7 ปีแล้ว ขาดรายได้ และการอาจจะมาจากเรือนจำในครั้งเหมือนเกิดใหม่ ยังต้องปรับตัวอีกพอสมควร

ที่มา : เฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk