อียูสอบอินสตราแกรม-เฟซบุ๊ก!?! ปล่อยข้อมูลเด็กต่ำ 18 รั่วไหลสู่สาธารณะเปิดช่องอาชญากรเข้าถึง เข้าข่ายละเมิดกม.

852

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลของไอร์แลนด์ (DPC) กำลังสอบสวนอินสตราแกรมเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนตัวของเด็กบนแพลตฟอร์มอินสตราแกรมที่อายุต่ำกว่า 18 ปี  ซึ่งเฟซบุ๊กเป็นเจ้าของ อาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมากหากพบหลักฐานชัดเจนว่า ฝ่าฝืนกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป คดีเก่าที่ศาลอียูสั่งเฟซบุ๊กห้ามส่งข้อมูลส่วนบุคคลในยุโรปกลับสหรัฐ ยังอยู่ในศาล ก็เจออีกดอก เรื่องอินสตาแกรม แพลตฟอร์มเครือข่ายที่ปล่อยข้อมูลเด็กรั่วไหลแบบตั้งใจ

ตัวอย่างกฎหมายที่เข้มงวดของต่างประเทศที่เราควรเอาเยี่ยงอย่าง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรเทคโนครอบโลกอย่างเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมได้ เพราะในระหว่างต่อสู้คดี ก็ปล่อยให้เด็กๆถูกครอบงำความคิดและจิตใจที่บิดเบี้ยวไปแล้วนับนับล้านๆคน  ดังที่สังคมไทยกำลังเผชิญเรื่องไม่คาดคิด ของการชุมนุมบนถนนในนามลูกหลานไทยว่า วิปริตผิดเพี้ยนไปขนาดนี้ได้เพราะอะไร คำถามคือสังคมไทย รัฐบาลไทยจะตามแก้ตามเช็ดที่ปลายทาง หรือจะแก้ที่ต้นตออย่างไร ต้องช่วยกันคิดตั้งแต่วินาทีนี้!

การสอบสวนเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมมีขึ้นหลังจากที่มีการร้องเรียนว่า อินสตราแกรมได้ทำให้ข้อมูลที่ติดต่อในบัญชีธุรกิจของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เปิดเผยต่อทุกคนที่เข้าถึงอินสตราแกรม บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในยุโรป ไอร์แลนด์  ส่วนหน่วยงานดีพีซี(DPC) เป็นผู้ควบคุมระเบียบของสหภาพยุโรป ตามระเบียบคุ้มครองข้อมูลทั่วไปของอียู (GDPR:the EU General Data Protection Regulation) มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2561

ดีพีซีรับผิดชอบต่อการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลต่อความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และมีอำนาจสั่งปรับได้  ขณะนี้ดีพีซีกำลังอยู่ในระหว่างสอบสวนว่า เฟซบุ๊กซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอินสตราแกรม ได้ละเมิดกฎหมายหรือไม่ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวของเด็ก และได้ให้ความคุ้มครองและจำกัดบนอินสตราแกรมต่อเด็กอย่างเพียงพอหรือไม่? ขณะเดียวกันยังพิจารณาว่า เฟซบุ๊กปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR ที่เกี่ยวข้องกับโพรไฟล์ และการตั้งค่าปัญชีของอินสตราแกรมหรือไม่อย่างไร?

เรื่องแดงขึ้นเมื่อมีรายงานการร้องเรียนจากผู้ใช้อินสตราแกรมเกี่ยวกับ ความล้มเหลวของอินสตราแกรมที่ปล่อยข้อมูลส่วนตัวของเด็กที่อายุต่ำว่า 18 ปี ทั้งที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์เปิดเผยต่อสาธารณะ ในข้อกำหนดของอินสตราแกรม จำกัดผู้เข้าใช้ต้องมีอายุตั้งแต่ 13 ปี แต่ในความเป็นจริงเด็กๆในไอร์แลนด์และยุโรป ต่างนิยมใช้กันแพร่หลาย

เกรแฮม โดลเย, รองผบ.ตร.หนึ่งในคณะกรรมการดีพีซีกล่าวว่า “ดีพีซีกำลังเร่งตรวจสอบ กรณีผลกระทบจากคำร้องเรียนผู้ได้รับความเสียหาย ที่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นเด็กถูกคนแปลกหน้าใช้หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้ยินยอม”

บัญชีผู้ใช้กว่า 200,000 บัญชีในอินสตาแกรม ได้รับการวิจัยประเมินผลโดยเดวิด สเตียร์ นักวิทยาศาสตร์เชิงข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 เขาพบว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลจากโพรไฟล์ส่วนตัวในบัญชีธุรกิจ เป็นผลจากการกระทำของอินสตราแกรมโดยเจ้าของบัญชีไม่รู้เห็น อย่างน้อย 60 ล้านบัญชีที่ใช้โดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

การดำเนินการเปิดใช้อินสตราแกรม ร้องขอให้เปิดเผยที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ซึ่งหมายถึงเท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ใช้คนอื่นสามารถเปิดดูข้อมูลส่วนตัวของเด็กได้อย่างง่ายดาย ทั้งจากบุคคลทั่วไปและจากแฮคเกอร์ และเสตียร์เปิดเผยว่า อินสตราแกรมปฏิเสธที่จะปิดบังข้อมูลสำคัญในบัญชีธุรกิจ แต่สามาระไปขอทางเฟซบุ๊กให้ย้ายออกจากอินสตราแกรมได้

“ในฐานะเป็นพ่อแม่ มันเป็นความรับผิดชอบของเราใช่ไหมที่จะต้องปกป้องข้อมูลของเด็กๆ จากคนแปลกหน้าที่เข้าถึงเขาได้เพียงแค่”คลิก”ปุ่มในแพลตฟอร์ม อินสตราแกรม…ผมต้องการแน่ใจว่าเด็กๆจะได้รับข้อมูลที่เหมาะสมกับวัย และเมื่อเป็นเช่นนี้มีความเป็นไปได้ที่เด็กๆจะได้รับข้อมูลที่ไม่น่าจะสร้างสรรค์ของผู้ใหญ่บางกลุ่มได้ง่าย” สเตียร์กล่าว