ศาลปล่อยฯหมอทศพรคดีฝืนพรก.ฉุกเฉิน!จ่อหมายจับม็อบทุบป้อมตร.บางนา

1725

จากที่ สน.ปทุมวัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย  เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน หลังศาลแขวงปทุมวัน ได้ออกหมายจับในความผิดฐาน ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

ล่าสุดวันนี้(19 ต.ค.63) นางสาวจิราพร สินธุไพร  ส.ส. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านทวิเตอร์ว่า “คุณหมอทศพรได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักประกัน แต่ศาลให้ทำสัญญาไว้มีมูลค่า 20,000 บาท ไม่ต้องวางเงิน ศาลนัดอีกครั้ง 18 พ.ย. 63

ขณะวันเดียวกันนี้ กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) แถลงการณ์ปฏิบัติงานของตำรวจในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า มีการชุมนุมจำนวน 3 พื้นที่หลักในกรุงเทพมหานคร คือ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้ชุมนุมประมาณ 12,000-14,000 คน บริเวณแยกอโศก ถนนอโศกมนตรี มีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน และบริเวณแยกบางนา ถนนสุขุมวิมทขาเข้าและขาออก มีผู้ชุมนุมประมาณ 3,500 คน รวมมีผู้ชุมนุมทั้งสิ้น 2 หมื่นคน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 12 กองร้อย

สำหรับการดำเนินการกับผู้กระทำผิดกับผู้ที่ฝ่าพระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และความผิดอื่นๆ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตำรวจได้ควบคุมตัวนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงปทุมวัน ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิดฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

จากนั้นได้อายัดตัวไปดำเนินคดีต่อตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และได้รับมอบตัว นพ.ทศพร โดยขณะนี้ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไปผัดฟ้องฝากขังยังศาลแขวงปทุมวันเรียบร้อยแล้ว ขณะที่มียอดสะสมผู้กระทำความผิดและถูกจับกุมตัว มีทั้งสิ้น 74 ราย มีทั้งแกนนำและผู้ชุมนุม ซึ่งทาง บช.น.ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดทุกราย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีการประการยุติการชุมนุมแล้ว มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก่อความวุ่นวายที่บริเวณแยกบางนา ขว้างปาสิ่งของ ทุบตีป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจร ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหายทาง สน.บางนาได้รับคำร้องทุกข์ และวันนี้จะขอศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป วันนี้หากมีการชุมนุม ตำรวจได้เตรียมกำลังควบคุมฝูงชนไว้จำนวน 12 กองร้อย ไว้รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีมือที่สาม  ทั้งนี้ภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. จะเป็นผู้ควบคุมเหตุการณ์ด้วยตนเอง

ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ได้กล่าวถึงข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ที่มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารและสร้างความสับสนเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยกอร.ฉ. ได้ตรวจพบ เช่น มีเพจเฟซบุ๊กบางเพจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว