48 ปี ฝนหลวง! เทิดพระเกียรติ ในหลวงร.9 สิงคโปร์ส่งนักวิทย์ฯ ขอรับพระอัจฉริยะภาพ

2131

19 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันเทคโนโลยีของไทย เพื่อเทิดพระเกียรติอัจฉริยะภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย

สถานการณ์การเมืองในบ้านเราขณะนี้เป็นที่น่าจับตามมองของต่างชาติเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มคณะราษฎร ได้มีการเรียกร้องที่จะให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ซึ่งก็ได้มีการพูดปราศรัยโจมตีสถาบัน ในขณะที่ต่างชาติก็ยังชื่นชมและยังยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย

จากที่วันนี้เป็นวันเทคโนโลยีของไทย 19 ตุลาคมของทุกปีมีขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย หลังทรงพระกรุณาบัญชาการปฏิบัติการทำฝนสาธิตด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515

สำหรับพระอัจฉริยะภาพของรัชกาลที่ 9 ไม่ได้มีแค่ด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ ฯลฯ แต่ยังทรงคิดค้นการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของสภาพอากาศที่แห้งแล้งของจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2515

โดย(ซึ่ง)ในขณะนั้น ประเทศสิงคโปร์ได้ส่งนักวิทยาศาสตร์มาสังเกตการณ์และขอรับถ่ายทอดประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติการทำฝนหวังผลในประเทศไทย เนื่องจากประเทศสิงคโปร์ก็เกิดภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงเช่นกัน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ในการนี้ทรงพระกรุณารับบัญชาการปฏิบัติการสาธิตด้วยพระองค์เอง ทรงกำหนดให้อ่างเก็บน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งมีพื้นที่ผิวน้ำเพียง 46.5 ตารางกิโลเมตรหรือ 1,162.5 ไร่ เป็นพื้นที่เป้าหมายหวังผลในการปฏิบัติการทำฝนสาธิตครั้งนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยปฏิบัติมา ทรงปฏิบัติการฯสาธิต ในวันที่ 19ตุลาคม 2515 ณ ศูนย์บัญชาการฯ สันเขื่อนแก่งกระจาน

ทรงสามารถบังคับหรือชักนำฝนให้ตกลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานอย่างแม่นยำภายในเวลาประมาณ 5 ชั่วโมงนับจากเริ่มปฏิบัติการ เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาและเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ และข้าราชบริพารที่เป็นข้าราชการและข้าราชบริพารระดับสูงที่เฝ้าฯ สังเกตการณ์อยู่ ณ ที่นั้น ต่างประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถ

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงคิดค้น กังหันน้ำชัยพัฒนา , การออกแบบสายอากาศ(Antenna),  ทฤษฎีใหม่ และโครงการ “แกล้งดิน”

อ้างอิง ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน