บิ๊กแดงฯ ซูฮก อัยการสูงสุด ผู้สั่งฟ้องทักษิณ คดี 112 ฝากความดีไว้ในแผ่นดินก่อนพ้นวาระกันยานี้

166

จากกรณีที่อัยการสูงสุด นัดฟังคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตาม ป.อาญามาตรา 112 จากเหตุให้สัมภาษณ์กับสื่อของเกาหลีใต้ ในวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา อัยการสูงสุดได้ตรวจพิจารณาสำนวนและมีคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลได้ เนื่องจากไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิถุนยายน 2567 เวลา 09.00 น. พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วย เนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567

ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

ก็เรียกว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ร้อนแรงมาก  แต่ที่หลายคนให้ควสามสนใจและพูดถึงก็คือ ท่าน อัยการสูงสุด ก็คือ นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ ผู้ที่สั่งฟ้องนายทักษิณ ในคดีมาตรา 112

โดยทางเพจ บิ๊กแดงแฟนเพจ ได้โพสต์ข้อความบอกว่า “ผู้ฝากคุณความดีไว้ในแผ่นดิน”

“นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์” อัยการสูงสุด มีคําสั่งฟ้อง “นช.ทักษิณ ชินวัตร” ในความผิดมาตรา 112 กรณีให้สัมภาษณ์ที่ประเทศเกาหลี เมื่อปี 2559 และความผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก่อนที่ท่านจะพ้นวาระในวันที่ 30 กย. นี้

นอกจากนั้น “นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์”  ยังได้เป็นผู้ที่สั่งยกร่างระเบียบดำเนินการสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับ อสส. หลังคณะทำงานสรุปผลสอบ 6 คดีสำคัญให้รื้อฟื้นคดีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องหลายคดี ให้ดำเนินการกับ “บิ๊กอัยการ”ที่พัวพันกระบวนการสั่งไม่ฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำหรั นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ เกิดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2501 อายุ 65 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางรับราชการ บรรจุเป็นอัยการผู้ช่วย กองคดีอาญา จากนั้นขยับเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วย จังหวัดชุมพร ก่อนเป็นอัยการประจำกรม กองคดีอาญากอง 6

ต่อจากนั้น ขยับเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคณะกรรมการ 1 สำนักงานคณะกรรมการอัยการ

ต่อมาเป็นรองอธิบดีอัยการ และขึ้นเป็นอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอัยการสูงสุด รวมทั้งเป็นอธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ ก่อนขึ้นเป็นรองอัยการสูงสุดปี 2564 และ ปี 2566 ได้รับแต่งตั้งเป็น อัยการสูงสุด คนที่ 18 ต่อจาก  “นารี ตัณฑเสถียร” อัยการสูงสุด

สำหรับ นายอำนาจ นั้น จะพ้นวาระ จากอัยการสูงสุด ในวันที่ 30 กันยายน นี้ ซึ่งคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติเอกฉันท์เห็นชอบแต่งตั้ง  “ไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ” รองอัยการสูงสุด ลำดับ 1 เป็นอัยการสูงสุดคนใหม่ คนที่ 19 แทน